สารบัญ

แนะนำ ทีวี ไม่เกิน 3000 บาท รุ่นไหนดี ปี 2023

แนะนำ ทีวี ไม่เกิน 3000 บาท รุ่นไหนดี ปี 2023
ด้วยการความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาเป็นเวลา เห็นได้ชัดว่าทีวีเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญในโลกอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบและฟังก์ชันการทำงานที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นในอดีต วันนี้เราสามารถที่จะเชื่อมต่อทีวีกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือกล่องรับสัญญาณดิจิตอล
ไม่เพียงเท่านั้น เรายังสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นภายในทีวีเพื่อเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียและชมหนังหรือซีรีส์ยอดฮิต เช่น ซีรีส์เกาหลีหรือซีรีส์จีนได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น DVD เพิ่มเติม อีกทั้งคุณยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพที่มีความคมชัดสูงมากจนเหมือนคุณอยู่ในโลกเสมือนจริง สิ่งนี้อาจพบได้ใน ทีวี 4K หรือ ทีวี 8K
ในทางกายภาพแล้ว ส่วนมากทีวีที่ให้ความคมชัดในระดับนี้มักมาพร้อมกับราคาที่แพงมาก โดยบางรุ่นอาจจะเหยียบหลักหมื่นบาท ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกก็อาจเหยียบหลักแสนได้เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าทีวีที่มีราคาถูกจะมีฟังก์ชันน้อยหรือความคมชัดที่ไม่เพียงพอ จริง ๆ แล้ว ‘ทีวีราคาไม่เกิน 3,000 บาท’ ที่ขายอยู่ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็น Smart TV
ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน หรือกล่องแอนดรอยด์ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย นอกจากนี้ความชัดในระดับ HD (720p) หรือ Full HD (1080p) ก็ถือว่าไม่น่าเสียดายเลย เพราะความชัดแบบนี้เพียงพอที่จะทำให้คุณสามารถรับชมหนังและฟังเพลงอย่างคมชัดและมีความสนุกสนานอย่างแน่นอน
วิธีการเลือกทีวีให้เหมาะกับบ้านของคุณ

วิธีการเลือกทีวีให้เหมาะกับบ้านของคุณ

1. ขนาดหน้าจอ

เมื่อพูดถึงขนาดของทีวีในราคาไม่เกิน 3,000 บาท นั้น จะมีให้เลือกขนาดหน้าจอตั้งแต่ 21 นิ้วไปจนถึง 32 นิ้ว ซึ่งขนาดหน้าจอมีความสำคัญตามความต้องการและพื้นที่ภายในบ้าน ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการเลือกขนาดทีวีตามสถานการณ์ ถ้าคุณใช้ทีวีเพียงคนเดียวหรือในห้องที่มีพื้นที่จำกัด
เช่น ห้องนอน ทีวีขนาด 21 นิ้วหรือ 24 นิ้วก็เพียงพอที่จะดูได้อย่างสะดวกและไม่รบกวนพื้นที่ภายในของห้อง แต่สำหรับบ้านที่มีมากกว่า 2-3 คนและต้องการให้ทุกคนสามารถรับชมได้อย่างสบาย แต่มีกำลังซื้อไม่เกิน 3,000 บาท แนะนำให้เลือกทีวีขนาด 32 นิ้ว ซึ่งมีขนาดที่เหมาะสมสำหรับการรับชม

2. ความคมชัดของทีวี

การเลือกทีวีที่มีความชัดสูง เช่น HD 720p (1280 x 720) หรือ Full HD 1080p (1920 x 1080) เป็นต้นไปเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อให้สามารถรับชมละครและภาพยนตร์ที่คมชัดและมีคุณภาพได้สูงขึ้น ความชัดระดับนี้จะทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเนื้อหาในทีวีอย่างมีอรรถรสมากขึ้นและเข้าใจรายละเอียดได้ดีขึ้นด้วย หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด การเลือกทีวีที่มีความชัดสูงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก

3. เลือกทีวีที่มีหน้าจอ LED

หน้าจอ LED มีคุณสมบัติที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ความคมชัดในการแสดงสี, น้ำหนักเบา, ประหยัดพลังงาน, ขนาดจอหลากหลาย, และความสามารถในการมองเห็นจากทุกมุมของห้อง ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการรับชมทีวีในสถานการณ์ต่าง ๆ

4. พอร์ตที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อ

เนื่องจากการเลือกทีวีที่มีพอร์ตที่เหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โน๊ตบุ๊ค, Macbook, ลำโพงซาวด์บาร์, หรือลำโพงไร้สาย เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการรับชมและฟังเสียง ดังนั้น ควรตรวจสอบพอร์ตที่มีอยู่บนทีวีเพื่อให้มันเข้ากับอุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้งานได้อย่างตรงจุด เช่น HDMI, AV, USB, หรือ VGA และนี่คือข้อมูลที่ช่วยให้การใช้งานทีวีของคุณเป็นไปอย่างเรียบร้อยและตอบสนองความต้องการของคุณได้ดีขึ้น

5. น้ำหนักของทีวี

น้ำหนักของทีวีถึงแม้ว่าจะไม่สำคัญอะไรมากมาย แต่มันก็จะทำให้เราทราบได้ว่าทีวีที่จะซื้อสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกหรือไม่ และโต๊ะที่ใช้สำหรับตั้งทีวีเพียงพอที่จะรองรับได้หรือเปล่า ?

แนะนำ 5 ทีวี ราคาไม่เกิน 3000 บาท รุ่นไหนดี ? ปี 2023

1. SuperView LED TV

ทีวี SuperView
ทีวี SuperView จะมาพร้อมกับหน้าจอ LED ที่บางเป็นพิเศษ และสามารถแสดงภาพในความละเอียดระดับ Full HD อย่างชัดเจน สว่าง สีสดให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการรับชมละครและภาพยนตร์ได้อย่างมีอรรถรส ทั้งนี้ มันยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมและกล่องดิจิทัลที่มีอยู่ในตลาดได้ทุกแบบ รวมถึงการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อมากกว่า 6 ช่องสำหรับความสะดวกในการเชื่อมต่อต่างๆ ครอบคลุมทุกรูปแบบของความต้องการของคุณได้อย่างเต็มที่

หน้าจอ : 17 – 24 นิ้ว (LED)
ความคมชัด : Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
พอร์ต : HDMI, VGA, AV, USB, CABLE หรือ ANTENNA และ ช่องหูฟัง
รีโมท : ✔️
ประกันสินค้า : 1 ปี

2. SIVATEL Full HD LED

ทีวี SIVATEL มาพร้อมกับระบบที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้านอย่างมหาศาล ไม่ว่าคุณจะเปิดเครื่องตลอดทั้งคืนเสมอ ค่าไฟฟ้าก็จะไม่สูงเกินคาดแน่นอน นอกจากนี้ SIVATEL ยังมีหน้าจอให้คุณเลือกตั้งแต่ขนาด 17 – 24 นิ้ว โดยความน่าสนใจอยู่ที่มีพอร์ต USB ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ได้
นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับกล่องรับสัญญาณและเพลงเสียงครบวงจร รวมถึงให้ภาพที่คมชัดถึง Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) อีกด้วย และอย่าลืมว่ามีลำโพงมากกว่า 2 ตัวที่เพิ่มความสนุกในการรับชมภาพยนตร์มากขึ้นเป็นพิเศษ

หน้าจอ : 17 – 24 นิ้ว (LED)
ความคมชัด : Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
พอร์ต : USB, AV, HDMi, Coaxial, Component และ VGA
รีโมท : ✔️
ประกันสินค้า : 1 ปี

3. StarWorld LED Digital TV

ทีวี StarWorld หน้าจอของรุ่นนี้มาพร้อมกับกระจกนิรภัยที่แข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณรับสัญญาณทีวีฟรีได้มากถึง 48 ช่องโดยไม่ต้องซื้อกล่องดิจิตอลเพิ่มเติมให้เสียเงินและเวลา คุณจะพบกับคุณภาพเสียงและภาพที่คมชัดในระดับ 1920 x 1080 หรือ Full HD และด้วยความบางของขอบที่เป็นสไตล์ของทีวี LED คุณสามารถมั่นใจได้ว่าการลงทุนในทีวีรุ่นนี้คือคุ้มค่าอย่างแน่นอนไม่มีการผิดหวัง

หน้าจอ : 21 นิ้ว (LED)
ความคมชัด : Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
พอร์ต : HDMI, VGA, AV, USB, CABLE หรือ ANTENNA และ ช่องหูฟัง
รีโมท : ✔️
ประกันสินค้า : 1 ปี

4. Hightech LED Digital TV

ทีวี Hightech เป็นแบบ LED Digital TV ซึ่งแน่นอนว่ามันสามารถรองรับกล่องดิจิตอลในปัจจุบันได้ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องความชัดเพราะมันสามารถแสดงภาพอย่างชัดเจนแบบ Full HD นอกจากนี้ มีพอร์ตที่รองรับการรับและส่งสัญญาณอย่างครบครัน ดังนั้นหากคุณมีกล่องหรือเคเบิลใด ๆ คุณสามารถเชื่อมต่อกับทีวีรุ่นนี้ได้ทั้งหมด

หน้าจอ : 24 นิ้ว (LED)
ความคมชัด : Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
พอร์ต : VGA, AV, DC12V, USB, RF, HDMI และ Earphone
รีโมท : ✔️
ประกันสินค้า : 1 ปี

5. WEYON Full HD LED TV รุ่น W24-1

ทีวี WEYON Full HD LED TV รุ่น W24-1 คุณภาพความชัดของหน้าจอจะอยู่ในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล นอกจากนี้ยังมีลำโพงเพิ่มเติมอีก 2 ตัวที่ให้เสียงคมชัดเหมาะสำหรับการรับชมภาพยนต์อย่างยอดเยี่ยม และมีพอร์ตสำคัญอย่าง HDMI สำหรับชมซีรีส์หรือภาพยนต์โดยไม่มีสะดุด อีกทั้งยังมีพอร์ตอื่นๆ อีกมากมาย เช่น USB, Component, VGA, และ AV ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก และที่สำคัญทีวียังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าให้กับเราด้วย

หน้าจอ : 24 นิ้ว (LED)
ความคมชัด : Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
พอร์ต : AV, RF, HDMI, USB, Coaxial, Earphone, YPbPr และ PC
รีโมท : ✔️
ประกันสินค้า : 1 ปี

สรุป

และนี่ก็คือทีวีจากแบรนด์ต่างๆ ในงบราคาไม่เกิน 3,000 บาท ในปี 2023 ที่ทาง First Land ได้คัดเลือกมาแนะนำเพื่อน ๆ ในบทความนี้ เป็นอย่างไรกันบ้าง มีรุ่นไหนถูกใจเพื่อน ๆ บ้างมั้ยคะ อย่างไรก็ตามก่อนทำการเลือกซื้อสินค้าอะไรก็ตามเราจะต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่าเรามีงบสำหรับทีวีตั้งแต่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ วิธีนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นและจำกัดงบได้ง่าย แล้วอย่าลืมศึกษาเรื่องฟังก์ชันของทีวีแต่ละรุ่นด้วยว่าตรงตามความต้องการของคุณหรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง