สารบัญ

การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? เฉลยคำถามที่หลายคนสงสัย

คำถามที่หลายคนสงสัย เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน
การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การขอสินเชื่อบ้านใหม่เพื่อนำมาปิดยอดหนี้สินเชื่อบ้านเดิม เปรียบเสมือนการย้ายหนี้ไปอยู่กับเจ้าหนี้ใหม่ เป้าหมายหลักคือ เพื่อลดภาระค่าผ่อนชำระ ผ่านอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า หรือ เงื่อนไขที่ดึงดูดใจกว่าเดิม แต่เราเชื่อว่าลูกหนี้สินเชื่อบ้านอีกหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยที่คาใจเกี่ยวกับการ “รีไฟแนนซ์บ้าน” ว่ามันอะไรยังไงบ้าง เราจึงรวบรวมคำถามยอดฮิต ทั้งจากโซเชี่ยลและประสบการณ์ มาไขข้อข้องใจกัน ซึ่งรวมมาได้ 5 ข้อดังนี้

5 คำถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน

1.รีไฟแนนซ์เมื่อไหร่และทำไมต้องรอ 3 ปี?

ที่จริงสามารถ “รีไฟแนนซ์” ได้เมื่อครบกำหนดสัญญาที่ระบุไว้ตอนขอสินเชื่อบ้านครั้งแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่เฉลี่ย 3 ปี แต่บางแห่งอาจจะมากกว่านั้น โดยต้องดูสัญญาให้รอบคอบ เพราะหากไปรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดอาจจะต้องเสียค่าปรับ 2-3% ของยอดหนี้ ซึ่งผมแนะนำว่าให้เตรียมเอกสารและเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนครบสัญญา เพื่อที่เราจะได้รีไฟแนนซ์ได้ทันทีเมื่อครบสัญญา

2.ก่อนรีไฟแนนซ์ต้องเตรียมตัวยังไง?

ต้องพิจารณาข้อเสนอของธนาคารใหม่หลาย ๆ แห่งเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าให้รอบคอบ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิมแค่ไหน, ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายมีอะไรบ้างรวมแล้วเท่าไหร่ และเมื่อรวมทุกอย่างแล้วเทียบกับการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมคุ้มค่ากว่าหรือไม่ แน่นอนว่าแต่ละธนาคารก็จะจัดโปรโมชั่นมาแข่งขันกัน เราก็ต้องตรวจสอบให้ดี ว่าที่ไหนถูกและคุ้มค่าที่สุด

3.รีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

หลัก ๆ เลยก็จะมี ค่าประเมินสินทรัพย์ราว 3,xxx บาท, ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้, ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน, ค่าประกันอัคคีภัย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของธนาคาร แต่บางที่เขาจัดโปรโมชั่น “รีไฟแนนซ์” อาจจะฟรีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ต้องศึกษาให้รอบคอบ เพื่อให้ได้สินเชื่อใหม่ที่คุ้มค่าที่สุด

4.รีไฟแนนซ์จะได้วงเงินเพิ่มหรือไม่?

ทำได้หากหักลบกลบหนี้คงเหลือจากธนาคารเดิมแล้ว จะมีส่วนต่างจากมูลค่าบ้านและราคาประเมิน ซึ่งสามารถขอวงเงินเพิ่มได้ และหากแบงก์ใหม่มีโปรโมชั่นเพิ่มวงเงินกู้อเนกประสงค์ก็สามารถขอกู้เพิ่มได้อีกเช่นกัน

5.ตอนไหนที่ไม่ควรรีไฟแนนซ์

ตอนที่ยอดหนี้คงเหลือน้อยมาก ผ่อนอีก 1-2 ปีก็หมดแล้ว ก็ไม่ต้องรีไฟแนนซ์ละ หาเงินมาโปะจะดีกว่า รวมถึงช่วงที่ยังมีค่าปรับจากธนาคารเดิม ต้องจัดการให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย ๆ อื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งอาจจะทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภาระค่าผ่อนบ้านได้ แต่ควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

เรียบเรียงบทความโดย First Land

บทความที่เกี่ยวข้อง